เบนโทไนต์ในงานโยธาวิศวกรรม Civil Engineering

ในงานขุดเจาะต้องการการควบคุมที่แตกต่างกันไป ตามปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางของการเจาะ, แนวตั้งหรือแนวนอน และ ปัจจัยที่มีผลต่อการขุดเจาะ ได้แก่ การใช้งานสุดท้าย, แรงดันในหลุมเจาะกับผนังหลุม, ความลึก, สภาพของดิน, สภาพแวดล้อมและอุณหภูมิ ซึ่งทั้งหมด ขึ้นอยู่กับคุณภาพของสารละลายที่ใช้ในการขุดเจาะ เบนโทไนต์มีส่วนสำคัญมากในการสร้างเงื่อนไขการปฏิบัติงานดังกล่าวให้ประสบความสำเร็จ สำหรับทั้งการก่อสร้างฐานรากและ การขุดเจาะในแนวราบ, การเคลื่อนตัวและความหนืดของ ของเหลวที่ใช้ขุดเจาะต้องสอดคล้องตรงกันกับการเปลี่ยนแปลงและ สภาพแวดล้อมในหลุมเจาะ

 

ดังนั้นด้วยความเข้าใจ ที่เกิดจากประสบการณ์อันยาวนาน ของแอมคอลฯ ทั้งสองเงื่อนไขการทำงาน สามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างชัดเจน ต่อการประสบความสำเร็จของโครงการก่อสร้างรากฐานหรือโครงการขุดเจาะอุโมงค์ ประสบการณ์ในงานขุดเจาะ ไปทั่วโลกของ แอมคอล ทำให้สามารถที่จะให้ ‘การสนับสนุนหน้าไซต์งาน’ ในโครงการต่างๆที่มีอยู่ทั่วโลก เพื่อช่วยในการทำงานในโครงการที่เกิดขึ้น แอมคอล มิเนอรอล เอเชีย สามารถช่วยให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ ตลอดจนถึงอัตราการใช้ ในการใช้งานที่ต่างกันของ การก่อสร้างต่างๆ และ โครงการขุดเจาะแนวราบ

การขุดเจาะบ่อบาดาล Well-Drilling

เบนโทไนต์ยังคงเป็นองค์ประกอบหลักในโคลนเจาะสำหรับการเจาะแบบใช้น้ำ โคลนเจาะควรที่จะสามารถทำให้เศษดินและหินจากการเจาะแยกชั้นอยู่บริเวณผิวได้ เพื่อให้ง่ายต่อการแยก, สามารถวนน้ำโคลนไปใช้ใหม่ได้และ น้ำโคลนควรจะมีคุณสมบัติเป็นเจล เพื่อที่จะทำให้เศษดินหินจาการเจาะแขวนตัวอยู่ในน้ำโคลนเมื่อยุติการวนน้ำโคลน ดังนั้นจึงมีเพียงเบนโทไนต์เท่านั้นที่ให้คุณสมบัติและข้อได้เปรียบเหล่านี้ได้

 

ในทั้งการเจาะแบบใช้น้ำ และ การเจาะแบบใช้น้ำมัน บทบาทของเบนโทไนต์ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ การช่วยให้เกิดความมั่นคงของผนังหลุมเจาะ โคลนเจาะเบนโทไนต์จะช่วยสร้างแรงดันอย่างสมดุลที่ผนังหลุมเจาะ และลดการกัดเซาะที่ผนังหลุม ด้วยสิ่งที่เรียกว่าชั้นของแป้งเค้ก (Filter Cake) ที่จะสร้างชั้นฟิล์มเกาะที่ผนังหลุมเจาะ หลังจากที่มีการดูดน้ำโคลนออกไปแล้ว นอกไปจากนั้น เบนโทไนต์ยังช่วยรักษาอุณหภูมิของหัวเจาะให้คงความเย็น และช่วยหล่อลื่นก้านเจาะ ได้อีกด้วย

Please visit CETCO website for more information.